โหราศาสตร์กับจักรวาล

โหราศาสตร์กับจักรวาล

โหราศาสตร์กับจักรวาล สวัสดีค่ะ วันนี้ เว็บ หวยสด ดวงเด่น จะพาเพื่อนๆ ไปอ่านบทความ ๆ หนึ่ง เกี่ยวกับโหราศาสตร์และจักรวาล ในบทความนี้ไม่ได้ต้องการให้เชื่อ แต่ขอเพียงให้เป็นความรู้รอบตัวสักนิด ไปติดตามพร้อม เว็บ หวยสด ดวงเด่น กันดีกว่าค่าาา

โหราศาสตร์กับจักรวาล

โหราศาสตร์กับจักรวาล

โหราศาสตร์กับจักรวาล ทางสหรัฐอเมริกา เป็นประทศที่ก้าวหน้าทางวิทยาการชั้นสูง สามารถส่งจรวดไป ดวงจันทร์ ทว่างานวิจัยในปี ต.ศ. 2014 บอกว่าซาวอเมริกัน 45 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าโหราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ คนจำนวนมากในโลกเข้าใจว่าโหราศาสตร์ก็คือวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง เพราะ เกี่ยวข้องกับการศึกษาดวงดาวเหมือนกัน ความจริงคือไม่ใช่
ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับดวงดาวมีอย่างน้อยสามศาสตร์ คือ โหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ และจักรวาลวิทยา โหราศาสตร์ (Astrology) ใช้ดวงดาวเป็นเครื่องมือ เพื่อดูว่ามันส่งผล ต่อคน และเหตุการณ์ต่าง ๆ บนโลกอย่างไร เป้าหมายของโหราศาสตร์ คือ การศึกษาเรื่องอำนาจพิเศษ หรือดวงดาวที่มีต่อมนุษย์ โหราศาสตร์เชื่อว่า แรงระหว่างดวงอาทิตย์ ดวงดาว และดาวเคราะห์ ในระบบสุริยะมีพลังกำหนดชีวิตเรา มันไม่ได้อธิบายว่าระบบแรงนี้ทำงาน อย่างไร บ้างก็พยายามอธิบายหลวม ๆ เช่น บางตำราว่าส่วนประกอบหลัก ของมนุษย์เป็นน้ำ จึงถูกแรงจากดาวอื่นดึงดูดในลักษณะเดียวกับเรื่อง & น้ำขึ้นน้ำลง เป็นต้น
โหราศาสตร์ บางสายบอกว่าไม่ใช่ดวงดาวส่งแรงมาโดยตรงต่อคน แต่เป็นตำแหน่งดาวต่าง ๆ ในขณะเกิดที่บ่งบอกว่า ชะตาคนคนนั้นจะเป็น อย่างไร
ดาราศาสตร์ (Astronomy) ศึกษาเรื่องดวงดาว ดาวเคราะห์ ดาวหาง อุกกาบาต เนบิวลา ดาราจักร และปรากฏการณ์ต่าง ๆ การเคลื่อนที่ของ ดวงดาว แรงโน้มถ่วง ชนิด ขนาด ตำแหน่งของวัตถุต่าง ๆ ในอวกาศ ฯลฯ ดาราศาสตร์อิงการศึกษาจากการค้นคว้า การสังเกต และหลักฐาน ผ่านการ ทดลอง ทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่าจนได้ผลตรงกัน จึงบันทึกไว้เป็นความรู้
ส่วนจักรวาลวิทยา (Cosmology) จัดเป็นสาขาหนึ่งของดาราศาสตร์ แต่ศึกษาในสเกลที่กว้างกว่านั้น คือโครงสร้า งและวิวัฒนาการของจักรวาล อย่างน้อยตั้งแต่เกิด บิ๊ก แบง จุดเริ่มต้นของจักรวาล จากจุดเล็ก ๆ ที่เรียก ว่า ‘singulanty’ จนขยายตัวมาเป็นจักรวาลในเวลานี้

โหราศาสตร์กับจักรวาล

จักรวาลวิทยา ตั้งคำถามว่า มือะไรมาก่อนจักรวาลของเรา? อะไร ทำให้จักรวาลขยายตัว? จักรวาลมีจุดจบหรือไม่? เมื่อไร? มันเกี่ยวอะไรกับชีวิตในจักรวาล หรือ อย่างน้อยชีวิตบนโลกของเรา? เปรียบง่าย ๆ คือ จักรวาลวิทยาก็เหมือนวิชาเศรษฐศาสตร์มทภาด ส่วนดาราศาสตร์เหมือนเศรษฐศาสตร์จุลภาค นอกจากศึกษาจักรวาสของเราแล้ว วิชานี้ยังพยายามหาทางตึกษา เรื่องจักรวาลอื่น ภายใต้ทฤษฎีที่ว่า บางทีมันยังมีจักรวาลอื่น ๆ นอกเหนื่อ จากจักรวาลของเรา ที่เรียกว่า multiverse เรื่องส่วนใหญ่ในโลกจักรวาสวิทยายังเป็นเทฤษฎี และเครื่องหมายคำถาม จนบางครั้งคนอาจคิดว่ามันเป็นเพียงความเพ้อฝันของนักวิทยาศาสตร์ เรายังเป็นทารกในการศึกษาวิชานี้ แต่ด้วยการทำงานร่วมกันและส่งต่อของนักวิทยาศาสตร์ระดับอัจฉริยะจำนวนหนึ่ง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เอ็ดวิน ฮับเบิล สตีเฟน ฮอว์กิง ฯลฯ
ทำให้จักรวาลวิทยาพอเป็นรูปเป็นร่าง ดังที่เราเห็นในวันนี้ ยังมีหนทางอีกยาวไกล แต่มันวางบนรากฐานทางวิทยา ศาสตร์ แม้จักรวาลวิทยาจะดูไกลตัวเกินโลกของเรา แต่ท้ายที่สุดมันอาจ เกี่ยวกับเราอย่างที่สุด ยกตัวอย่างเช่น เรารู้ว่าดวงดาวทั้งหลายเกิดแสะดับ มาหลายรอบ และองค์ประกอบธาตุของดวงดาวก็คือองค์ประกอบของ ร่างกายของเราทุกคน คนค่อนโลกเห็นว่าจักรวาสวิทยาเป็นวิชาการทางวิทยาศาสตร์ ที่ความจริง คือ มันเป็นวิทยาศาสตร์เดียวที่สามารถโยงเข้ากับปรัชญาเข้า กับอภิปรัชญาได้อย่างกลมกลืน มันเปิดโลกกว้างขึ้นกว่าเดิม ทำให้เห็นภาพ มนุษยชาติชัดเจนขึ้น
โลกใน พ.ศ. นี้ยังมีกลุ่มคนที่เชื่อว่าโลกแบน พวกเขาพยายามหาเหตุผล ต่าง ๆ มารองรับ ทั้งที่มีวิธีพิสูจน์ได้ง่ายกว่าและตรงจุดกว่านั้นมาก เช่น ติด กล้องบนยานที่ออกไปโคจรรอบโลก ก็จะเห็นชัดเจนว่าโลกแบนหรือไม่แบน หรือใช้กล้องโทรทรรศน์แรงสูงส่องดูตึกสูง ๆ หรือ ภูเขาหิมาลัยจากอีกชิก โลกหนึ่ง ถ้าโลกแบนจริง ก็ต้องเห็น อำนาจพิเศษที่โหราศาสตร์และไสยศาสตร์พูดถึงก็เช่นกัน คนที่เชื่อ ให้เหตุผลต่าง ๆ มากมาย ส่วนมากมักอ้างตำราที่สืบทอดมานานหลายร้อย หลายพันปี แต่ความจริงสามารถพิสูจน์ได้ตรงจุดกว่านั้น นั่นคือ ศึกษาโครงสร้างของจักรวาล ก็อาจเห็นว่า โหราศาสตร์ และ ไสยศาสตร์เป็นไปได้ หรือ ไม่ในภาพรวมของจักรวาล ทำไมต้องศึกษาจักรวาลวิทยา เพราะ จักรวาลอยู่ในตัวเรา เราก็คือ การประกอบด้วยกันของธุลีดาว ใครก็ตามที่ศึกษาจักรวาลวิทยา จะเห็นภาพชัดขึ้นมากว่า โลกมาจาก ไหน เรามาจากไหน และ เมื่อเรามองเห็นภาพชัดขึ้น มันจะล้มล้างหลาย ความเชื่อไปโดยปริยาย เหมือนกับที่เราเห็นเส้นขอบฟ้าเป็นเส้นตรง เราจะ ไม่มีวันเห็นมันเป็นเส้นโค้งจนกระทั่งเราออกพ้นผิวโลก

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์มีสองส่วนคือทฤษฎีกับกฎ ส่วนที่เป็นทฤษฎี คือส่วนที่คิดฝันขึ้นมา ส่วนที่เป็นกฎคือทฤษฎีที่ผ่านการพิสูจน์ แต่เราไม่นำ ส่วนที่คิดฝันขึ้นมาไปทำมาหากิน ความเพ้อฝันนั้นต้องผ่านการทดลอง ทดสอบจนกลายเป็นกฎ เช่นเดียวกับตำราอาหารและขนมมีสูตรที่แน่นอน ทำกี่ครั้งก็ได้ผลอย่างเดิม เมื่อนั้นจึงเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ซึ่งตรงกัน ข้ามกับความเชื่องมงาย สามารถเผยแพร่ได้เลย ทุกหลักการทุกการค้นพบทางดาราศาสตร์ล้วนผ่านการพิสูจน์ เช่น การเดินทางของดาวหาง เราสามารถคำนวณได้แม่นยำว่าเมื่อไรดาวทาง ฮัลลีย์จะมาเยือนโลกอีก เรารู้แน่นอนว่าตำแหน่งดวงดาวในอดีตและอนาคต อยู่ที่ไหน เรารู้ว่าดาวเคราะห์ดวงไหนประกอบด้วยธาตุอะไร ทั้งหมดมาจาก องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และการพิสูจน์

โหราศาสตร์กับจักรวาล

ส่วนโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ตรงกันข้าม เราสามารถโยงให้มันมี บทบาทต่อชีวิตเราได้ทั้งสิ้น โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไร ยกตัวอย่างเช่น ความเชื่อว่าใบชา ดวงดาว อัญมณี กลุ่มเลือด เบอร์โทรศัพท์ ทะเบียน รถยนต์ สีรถยนต์ ฯลฯ กำหนดชะตาชีวิตเรา โหราศาสตร์แต่ละตำราทำนายได้ไม่เหมือนกัน แปลว่ามันมีรากฐาน ต่างกัน มีกฎต่างกัน นี่ทำให้โหราศาสตร์ไม่เป็นวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้โหราศาสตร์ไม่สนใจบอกเหตุผลและหลักฐานว่าหลักการ ของการทำนายเป็นวิทยาศาสตร์อย่างไร เพียงบอกว่า ตำราว่าอย่างนี้ มันทำงานอย่างไร? ไม่มีนักโหราศาสตร์คนใดบอกได้ บอกได้เพียง ว่ามันอยู่เหนือความสามารถของมนุษย์ที่จะรู้ คำถามคือ ถ้ามันอยู่เหนือความสามารถของมนุษย์ที่จะรู้ เรารู้ได้ อย่างไรว่ามันอยู่เหนือความสามารถของมนุษย์ที่จะรู้? ทำไมยังมีโหรที่รู้ ความลับของวิชานี้หรือว่าอำนาจพิเศษให้สัมปทานความรู้แก่คนบางจำพวก?
ถ้าโหราศาสตร์เป็นวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ต้องตีความ ทายกี่ที่ก็ต้องได้ ผลเหมือนกัน แต่ในความจริงโหราศาสตร์แต่ละตำราไม่เหมือนกัน เหมือน เอาไฮโดรเจนสองส่วนผสมออกซิเจนหนึ่งส่วนในเมืองไทยได้เป็นน้ำ ผสม สูตรเดียวกันในยุโรปได้เป็นหิน ผสมสูตรเดียวกันในไซบีเรียได้เป็นดิน การพัฒนาโหราศาสตร์กินเวลาหลายพันปี แต่ผลที่ได้ในวันนี้ก็ยังไม ตรงกันหรือสามารถตั้งเป็นกฎวิทยาศาสตร์ได้ ยังต้องตีความและไม่มีกฎ หากระยะเวลาไม่กี่ร้อยปีสามารถพัฒนาศาสตร์ต่าง ๆ จนได้ผลเดียวกัน ทำไมโหราศาสตร์ทำไมได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นหัวข้อเรื่องที่ชาวโลกสนใจอย่างต่อ เนื่อง บางทีคำตอบก็คือ เพราะมันไม่มีรากฐานที่แน่นอน ข้อแตกต่างระหว่างโหราศาสตร์กับดาราศาสตร์และจักรวาลวิทยา คือ โหราศาสตร์ใช้เพื่อรู้ความเป็นไปของชีวิตปัจเจก ส่วนดาราศาสตร์ และ จักรวาลวิทยาทำเพื่อองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แน่ละ วิทยาศาสตร์อาจไมใช่เครื่องมือที่ดีที่สุด แต่ ณ วันนี้ ใช่ มัน ยังเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด เราสามารถสร้างทฤษฎีอะไรก็ได้ทั้งสิ้น แต่มันจะเป็น ‘กฎ” หรือ เป็นที่ยอมรับก็ต่อเมื่อเรรองรับมันด้วยหลักฐานที่แน่นอน ไม่เช่นนั้นเราก็ สามารถทะเลาะกันได้อีกนานแสนนานโดยไม่มีคำตอบ สมมุติว่าเราเสนอทฤษฎีว่า กลุ่มเลือดกำหนดชีวิตเรา หลักฐานก็คือ แสดงให้เห็นโดยปราศจากข้อสงสัยว่า คนเลือดกลุ่มเอ จะต้องเจอเรื่องอะไร คนเลือดกลุ่มโอจะต้องเจอเรื่องอะไร และเพราะอะไร ถ้าพูดลอย ๆ มันก็ เป็นได้เพียงทฤษฎี ถ้าสีรถยนต์สีใดสีหนึ่งสามารถทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ก็ต้องพิสูจน์ด้วย หลักฐานโดยปราศจากข้อสงสัยว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงทุกครั้ง เช่นเดียวกับ เมื่อเราเอาไฮโดรเจนสองส่วนผสมออกซิเจนหนึ่งส่วน จะผสมกี่ครั้ง ก็ได้น้ำ ทุกครั้ง ถ้ามันเป็นความจริง จะกลัวอะไรกับการพิสูจน์

เราไม่มีทางรู้ หากมองที่มุมของศาสตร์ที่ถ่ายทอดมาเพียงมุมเดียว เราต้องออกไปสู่พื้นที่อื่นด้วย จึงอาจเห็นภาพทั้งหมด เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับบทความ เรื่อง โหราศาสตร์กับจักรวาล ที่ทางเว็บ หวนสด ดวงเด่น นำมาฝาก สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน ในครั้งหน้า เว็บ หวยสด ดวงเด่น จะนำเรื่องอะไรมาฝากกันอีก รอติดตามกันนะคะ สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน เจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ

ที่มา : หวยสด

อ่านบทความอื่นๆ ของเว็บหวยสด ดวงเด่น

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest